Karneval (Fastnacht - ฟาสนัคท์) ขบวนพาเหรดเทศกาลเฉลิมฉลองทจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์แรกของฤดูถือบวชในศาสนาคริสต์ ของทุกปี ก่อน 40 วัน ที่จะถึงเทศกาล Oster วันรำลึกถึงการจากไปของพระเยซู
กำหนดงาน Fastnacht ในสวิสเซอร์แลนด์ของปีนี้เริ่มขึ้นในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ซึ่งอันที่จริงแต่ละคันโตนก็จะจัดไม่ตรงวันกัน แต่โดยรวมก็จะอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์
ขบวนพาเหรด Fastnacht ที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงคือ Basler Fastnacht ที่จัดขึ้นที่คันโตน Basel (Carnival of Basel)
Dhamma for Life
"เราจะเป็นชาวพุทธที่แท้จริงนะ เราต้องศึกษาสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน ศึกษาอย่างเดียวไม่พอนะ ต้องลงมือปฏิบัติจริงๆ ด้วยจนเห็นผล พอเห็นผลแล้ว เราก็มีหน้าที่บอกต่อ เนี่ยหน้าที่ของชาวพุทธนะ ตัวเองต้องศึกษา ต้องฟังก่อน ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร เรียกว่าเรียนปริยัตินั้นเอง แล้วก็ลงมือปฏิบัติว่าได้ผลแล้วก็ต้องบอกต่อ ศาสนาถึงจะดำรงอยู่ได้ แต่ละคนมีภารกิจ อย่านึกว่าแค่ว่าเราจะมาฟังธรรมะเล่นๆ แต่ละคนมีความสำคัญทั้งนั้น"
"หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลาจะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน"
"หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลาจะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน"
...หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช...สวนสันติธรรม...
Links for Life
Showing posts with label Culture. Show all posts
Showing posts with label Culture. Show all posts
Feb 19, 2013
Mar 27, 2012
Mata Hari จารสตรี หรือเธอเป็นเพียงศิลปินระบำเปลื้องผ้า, ครั้งหนึ่งกับละครเวที เล็ก ๆ คุณภาพระดับมืออาชีพ Theater and live-music
![]() |
| Photo of Mata Hari, Postcard set by Stanslaus Walery |
Source: http://www.bikiniscience.com
โรงละครที่ว่าเล็กนั้น เล็กจริง ๆ เล็กกว่าโรงหนังบ้านเรา ซึ่งจุคนได้เพียง 145 คน ที่นั่งชมแบ่งเป็น 9 แถว ลดหลั่นขึ้นไปเป็นขั้นบันได (ห้างร้านนั่งถูกทำขึ้นเหมือนเพียงชั่วคราว) เก้าอี้สำหรับนั่งดูละครก็เป็นเก้าอี้พื้นพลาสติกธรรมดา ๆ (เหมือนเก้าอี้ไว้นั่งในหอประชุมผู้ปกครอง หรือเก้าอี้ใช้นั่งทานข้าวกลางสนาม) เวทีการแสดง ใช้พื้นห้องธรรมดา ขนาดประมาณ 3.5x 5 เมตร ฉากสำหรับประกอบเวทีการแสดงไม่มีอะไรยุ่งยากมากมายเป็นเพียงผ้าม่านสีขาวธรรมดา สลับสับเปลี่ยนฉากให้เป็นบรรยากาศห้องนอน โรงแรม หรือสถานบันเทิงด้วยการเลื่อนเปิด-ปิด ผ้าม่าน โดยสับเปลี่ยนโคมไฟ (โดยการเลื่อนเปลี่ยนโคมไฟบนรางไป-มา) และสับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ประกอบฉากนั้น ๆ โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองเด็กยกฉาก หรือยกเฟอร์นิเจอร์แม้แต่คนเดียว เพราะว่านักแสดงทุกคนเป็นทั้งเด็กจัดฉาก ยกเตียง ย้ายโตํะ เก้าอี้ประกอบฉากเอง และใช้นักคนตรีเล่นเพลงประกอบการแสดงเพียงสามคนเท่านั้น
Aug 12, 2011
National Mother's Day-12 สิงหาคม เฉลิมพระชนม์พรรษา-วันแม่แห่งชาติ
ทีฆายุโก โหตุ มหาราชินี
ทรงพิลาสล้ำจริยวัตรมิ่งขวัญองค์ราชา คู่บุญญา แห่งสยาม
เปี่ยมพระราชปณิธานประทานวิชาชีพฯ อนุรักษ์ไทย หัตถกรรม
ธ ทรงบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข พสกฯ ทั่วแคว้น เขตสยาม
จิตพิสุทธิ์ ดุจน้ำทิพย์แดนสรวง จากฟ้าชโลมใจ
ประนมจิตภักดิ์อาเศียรวาทถวาย สดุดีเฉลิมพระชนม์ชันษา
กราบคุณพุทธ ธรรม สงฆ์ เทพเทวา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าฯ
phakchee-yeera blogspot dot com
Labels:
Culture,
National Mother's Day
May 17, 2011
Visakh Buja วันวิสาขบูชา วันเพ็ญเดือน ๖
เป็นวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งเกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกัน คือ ในวันเพ็ญ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) เดือน ๖ หรือเดือนวิสาขะ พระจันทร์เสวยวิสาขฤกษ์ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ได้เกิดขึ้นเมื่อกว่าสองพันห้าร้อยปีมาแล้ว ในห้วงระยะเวลาที่ต่างกันคือ
ครั้งแรก : เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ โอรสพระเจ้าสุทโธธนะ และพระนางสิริมหามายา แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ โดยประสูติที่ป่าลุมพินีวัน ณ เขตแดนรอยต่อระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ของฝ่ายพระราชบิดา กับกรุงเทวทหะของฝ่ายพระราชมารดา
ครั้งที่สอง : เกิดเมื่อเจ้าชายสิทธัตถ ออกทรงผนวชได้ ๖ ปี พระชนมายุ ๓๕ พรรษา ได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นอรหันตพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ริ่มฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ประเทศมคธ ปัจจุบันคือที่ตั้งพุทธคยา
ครั้งที่สาม : เกิดเมื่อพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ณ เมืองกุสินารา
May 9, 2011
Happy Mother's Day 8 May 2011
8 พฤษภาคม (เมื่อวาน) เป็นวันแม่ของสวิสฯ (The Modern Mother’s Day) และอีก กว่า 50 ประเทศในโลก รวมถึงอเมริกา จีน และกัมพูชา และอีกหลายประเทศในในยุโรป ได้กำหนดเอาวันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม เป็นวันเฉลิมฉลอง เพื่อรำลึกถึงแม่ และความเป็นแม่ ในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2011
Labels:
Culture,
Traditionalism
Feb 16, 2011
THE BELOVED KING - ทำไมผมจึงรักในหลวง
วันนี้บังเอิญไปเจอบล็อก ที่เจ้าของบล็อกใช้ธีม (theme) ว่า มุมมอง-ใหม่ -เมืองเอก หัวข้อ "ทำไม ผมจึงรักในหลวง"
บันทึกของใหม่ เมืองเอก ได้บอกและตอบคำถาม ของใครบางคน ว่าทำไมเขารักในหลวง ใหม่ เมืองเอกแสดงให้เห็นว่เขาเทอดทูนในหลวงเพียงใด เชื่อได้ว่าหากใครได้อ่านบันทึกบล็อกของใหม่ เมืองเอก ต้องพูดว่า ใหม่เขียนได้ โดนใจ และได้ตอบคำถามแทนคนไทยอีกหลายล้นคน รวมทั้งผู้เขียน ด้วยคำตอบสั้น ๆ แต่กินใจ ไม่ต้องแปลอีก เมื่อเขาบอกว่า "เขารักในหลวงเพราะเขาเป็นคนไทย"
"ผมจะไม่ตอบหรอกว่า เพราะพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนของพระองค์มากมาย เพราะนั่นจะทำให้เรารักพระองค์เพราะในหลวงทรงงานเพื่อผลประโยชน์ของเรา ไม่ใช่รักพระองค์เพราะอยากรักด้วยใจบริสุทธิ์
เพราะถ้าเราตอบแบบนั้น ก็จะมีคำถามตามมาว่า ถ้าในหลวงไม่ทรงงานหนักเพื่อประชาชน เราจะไม่รักพระองค์เหรอ??
เพราะในหลวงไม่จำเป็นต้องทรงงานหนักเพื่อเรา แม้ในหลวงไม่ทรงทำอะไรเลยก็ได้ เราคนไทยย่อมรักในหลวงอยู่แล้ว แต่ยิ่งในหลวงกลับทรงงานหนักเพื่อคนไทย ยิ่งทำให้เราคนไทยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งขึ้น"
ไม่เพียงเท่านั้น ใหม่ เมืองเอกยังบอกอีกว่า ระหว่าง พ่อ-แม่ ผู้ให้กำเนิด กับในหลวง ใหม่เลือกที่จะสละชีวิตเพื่อในหลวง ใหม่มีเหตุผลว่าอย่างไร ลองเข้าไปอ่านดู http://akelovekae.blogspot.com/2010/05/blog-post.html
นี้แหล่ะที่เรียกกันว่า ไม่เสียชาติที่เกิดมาเป็นคนไทย และถ้าหากใครมาถามผู้เขียนว่าทำไมรักในหลวง ผู้เขียนก็จะบอกให้ไปอ่านบันทึกของ ใหม่ เมืองเอก แทนคำตอบ เช่นกัน
THE BELOVED KING: http://www.bangkokpost.com/60yrsthrone/beloved/index.html
ขอบคุณ ใหม่ เมืองเอก สำหรับบันทึกดี ๆ ที่เป็นตัวอย่างที่ดี (แก่ชนรุ่นหลัง) ของคำว่า กตัญญู รู้คุณแผ่นดิน
ขอบคุณ ใหม่ เมืองเอก สำหรับบันทึกดี ๆ ที่เป็นตัวอย่างที่ดี (แก่ชนรุ่นหลัง) ของคำว่า กตัญญู รู้คุณแผ่นดิน
Feb 13, 2011
Jan 31, 2011
Luangta Mahabua - พระอริยเจ้า หลวงตามหาบัว – รอยธรรม รอยบุญ
เครดิตภาพ: http://www.luangta.com/
ภาพวันแสดงมุทิตาจิตหลวงตาวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๓
หลวงตามหาบัว พระอริยเจ้าสงเคราะห์โลก: http://www.dhammada.net/2011/02/02/7222/
ข่าวหลวงตามหาบัว ท่านละสังขาร เมื่อวันที่ 30 มกราคม สิริอายุ 98 พรรษา ยังความโศรกเศร้าให้กับเหล่าศานุศิษย์ทั่วทิศทั้งใกล้ไกล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครูบาอาจารย์จากทั่วสารทิศ และเหล่าศานุศิษย์เรือนแสนได้หลั่งใหลไปกราบองค์ธาตุขันธ์ท่านที่วัดป่าบ้านตาด แม้ในใจผู้เขียนจะรู้สึกใจหาย เศร้า แต่เมื่อใดที่นึกถึง วันที่ได้มีโอกาสกราบหลวงตา ได้ทำบุญกับหลวงตา เพียงไม่กี่เดือน ก่อนหลวงตาจะอาพาธ ได้เห็นหลวงตาใกล้ ๆ ลึก ๆ ก็เกิดปิติเมื่อนั้น ความเมตตาหาประมาณมิได้ของหลวงตายังคงแผ่ไปทั่ว ให้เราเหล่าศานุศิษย์ได้สัมผัสทุกขณะเสมอ
เกือบยี่สิบปีก่อน ผู้เขียนเคยไปกราบหลวงตาที่วัดป่าบ้านตาด สมัยนั้นธาตุขันธ์ท่านยังแข็งแรง สนทนาธรรมกับญาติโยมได้นานชั่วโมง ผู้เขียนจำได้ว่า ในขณะที่หลวงตาสอบถามสารทุกข์ สุขกับญาติโยมด้วยตวามเมตตา ว่ามาจากไหนบ้าง มาไกลแค่ไหน กินข้าวกินน้ำกันมาหรือยัง แต่มีญาติโยมจากต่างจังหวัดท่านหนึ่ง เอาแต่ถ่ายรูปองค์ท่าน ท่านปรามแล้วก็ยังถ่ายไม่หยุด ท่านจึงหันมาพูดว่า ถ่ายไปทำไม รูปหน่ะ มันไม่ใช่ของแท้ ของแท้อยู่ที่นี่ อยู่ที่กาย-ใจ เรานี้ นั่นคือธรรมที่ท่านแสดงให้ญาติโยมฟัง ท่านหมายถึงว่า ธรรมแท้ ไม่ต้องไปวิ่งหาที่ไหน ไม่ต้องลูบคลำที่ภาพถ่าย แต่อยู่ที่นี่ กับกาย กับใจเรานี้ ให้หมั่นเรียนรู้ลงมาที่ กาย – ใจ เรานี้ ก็จะเห็นธรรม สักวัน
พระอริยสงฆ์ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (พระธรรมวิสุทธิมงคล)
ก่อนหลวงตาอาพาธ ไม่กี่เดือน ผู้เขียนได้มีโอกาสผ่านไปจังหวัดอุดร ระหว่างทาง ผู้เขียนก็ให้นึกขึ้นมาว่า ครั้งปีก่อนผู้เขียนอยากไปกราบหลวงตาที่วัดป่าบ้านตาด แต่บุญคงไม่ถึง เพราะผู้เขียนหาทางไปวัดไม่เจอ (ทั้งๆ ที่เคยไปมา แต่นานกว่าสิบปีแล้ว) วนอยู่อย่างนั้น สองถึงสามรอบ ผู้เขียนจึงเลิกล้มความตั้งใจ เพราะต้องไปให้ถึงอีกจังหวัดก่อนค่ำ มาครั้งนี้ผู้เขียนน่าจะลองหาทางไปวัดหลวงตาอีกทีไม่น่าจะหายากเหมือนครั้งก่อน เผื่อมีบุญได้กราบท่านก่อนกลับ และถึงแม้ว่าเวลาจะไม่อำนวย ไม่เจอองค์หลวงตาก็ตาม (เพราะบ่ายแล้ว วัดจะปิดประตู และหลวงตาแก่มากแล้ว คงพักผ่อน รับญาติโยมไม่ไหวเหมือนก่อน) แต่ผู้เขียนก็คิดว่าไม่เป็นไร อย่างน้อย ก็ได้มีโอกาสถวายปัจจัย ทำบุญกับหลวงตาที่วัด
เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ ปกติ หลวงตาท่านจะ ไม่ออกมานอกเขตวัดในตอนบ่าย โดยเฉพาะอากาศร้อน ๆ อย่างนั้น หากไม่มีกิจธุระ แต่วันนั้นช่างเป็นวันที่โชคดีของผู้เขียน เมื่อไปถึงหน้าวัด ผู้เขียนเห็นหลวงตานั่งอยู่บนรถกอลฟ์ หน้ารั้ววัด พร้อมโยมอุปัฏถากที่คอยดูแลหลวงตา และมีญาติโยมนั่งอยู่ข้างหลัง สองสามคน มีอุบาสิกาท่านหนึ่ง นั่งพนมมือพูดกับหลวงตาว่า มีวัวบาดเจ็บ ป่วย ร้องทั้งวัน น่าสงสาร (เหตุนี้ท่านจึงออกมาดู เพราะวัวที่ป่วย ผู้เขียนจึงมีโอกาสได้ทำบุญกับท่านโดยตรง ผู้เขียนยังจำได้ติดตาว่า หลวงตาท่านชราภาพมากแล้ว แต่ท่านช่างผุดผ่องเหลือเกิน และอุบาสิกาท่านนั้น ก็มีความผ่องใส เช่นกัน เสียดาย ไม่รู้จักชื่ออุบาสิกาท่านนั้น นี่กระมังที่พระท่านว่า คนงามด้วยศีล เป็นเช่นนี้กระมัง หากผู้เขียนมีโอกาสไปวัดบ้านตาดอีกครั้ง คงได้มีโอกาสพบอุบาสิกาท่านนี้ สักครั้ง) ผู้เขียนรู้สึกปิติ ดีใจอยู่ลึก ๆ ที่ได้มีโอกาสทำบุญกับหลวงตา แม้เพียงแค่นึก ธรรมก็ยังจัดสรรให้
พระคุณของหลวงตาที่มีต่อแผนดินไทย ต่อสังคมไทย นับคุณูปการหาใครเปรียบได้ แม้องค์ท่านจะชราภาพวัยกว่า 90 พรรษา ท่านก็ยังเมตตาต่อเราชาวไทย เป็นเสาหลักระดมทุนช่วยประเทศชาติให้รอดพ้นจากการล้มละลาย
วันนี้หลวงตาท่านละสังขารจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ท่านยังทิ้งรอยธรรม ธรรมอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า เป็นรอยธรรมให้เราได้เดินตาม ให้ถึงแห่งทางสิ้สุดในสังสารวัฏนี้ ผู้เขียนขอกราบแทบเท้าหลวงตา มา ณ ที่นี้
Vedio: ตามรอยบัว
เครดิต: เนื้อร้องทำนอง ขับร้องโดย โจโฉ http://www.jozho.net/
หากมีสิ่งใดที่ผู้เขียนได้ล่วงเกินต่อองค์พระรัตนตรัย ต่อพระอริยเจ้า พระอรหันต์เจ้า พระสงฆ์์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทุกๆ องค์ ตลอดจนพ่อ แม่
ครูอาจารย์ จะด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ด้วยกายก็ดี ด้วยใจก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ผู้เขียนกราบขออโหสิกรรม ณ ที่นี่
Dec 28, 2010
Happy New Year...สวัสดีปีกระต่าย
วันวานยังเหมือนเดิม สวัสดีปีใหม่ด้วยความทรงจำที่อบอุ่น
มอบให้น้อง ๆ ... ทุกคน
2554 สุขสันต์วันปีใหม่
ให้สดใสเบิกบานกว่าปีเก่า
สิ่งใดร้ายผ่านไปหายบรรเทา
ทุกข์โศรกเศร้า รุมเร้าจิต มิดดับพลัน
กิจการ งานใดใด ให้บรรเจิด
สุดประเสริฐ์ ได้พร สมดังหวัง
ปีเก่าไป ปีใหม่มา ท้าพลัง
ไม่หุนหัน หมั่นเจริญจิต คิดสิ่งดี
ปีกระต่ายไม่หมายจันทร์แต่หรรษา
ไม่นำพาทุกข์หมองกลับผ่องศรี
ไม่ขัดสน ล้นเงินทอง คล่องตลอดปี
สุขทุกที่ ตลอดปี กระต่ายเทอญ
สุขสันต์ สวัสดี-โชคดีปีใหม่ 2554
Labels:
Culture,
Friendship,
New Year
Dec 2, 2010
Long Live H.M. The King ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ทีฆายุโตโหตุ มหาราชา
ธ สถิต ในหัวใจ ไทยทั้งชาติ
ทศพิธ-ราชธรรม นำสุขสันต์
ดุจประทีป ส่องสว่าง ทุกคืนวัน
พระเมตตา ยิ่งบิดา ผูกใจไทย
ทรงเหน็ดเหนื่อย ทั้งกายใจ เพื่อไทยราษฎร์
ทรงงานหนัก สรงเสโท ต่างน้ำใส
ถิ่นกันดาร ทุรเข็ญ ธ เสด็จไป
พระฤทัย ดั่งน้ำทิพย์ นิพธาร
บรรเทาทุกข์ ปลุกอาชีพ ทุกถิ่นภาค
ไทยทัั่วราช เปี่ยมสุข ทุกสถาน
ใต้ธงไทย ใต้ร่มโพธิ-สมภาร
ไทยเบิกบาน ด้วยพระมหา กรุณาธิคุณ
น้อมจิตภักดิ์ อาเศียรวาท กราบถวาย
พระพรชัย วันเฉลิม พระชนม์พรรษา
สดุดี พระภูมี ธรรมราชา
ให้เกริกฟ้า ขอพระองค์ ทรงพระเจริญฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้จัดทำ ผักชี-ยี่หร่า บล็อก
ภาพ: จากหนังสือ "ทำเป็นธรรม" ผู้เขียน, ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
Video: http://www.youtube.com/watch?v=fhW2DF2tP_A&feature=player_embedded#at=35
Labels:
Culture,
Heritage,
King of Thailand,
ในหลวง
Sep 3, 2010
Nothing happens by chance! บอกบุญ คุ้นใจ
Nothing happens by chance or by means of Good Luck or Bad Luck!
เป็นความจริงที่ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะโชคดีหรือโชคร้าย ก็ล้วนแล้วแต่มี ที่มา ที่ไป...เสมอ
ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ตั้งใจไว้ว่าจะแบ่งเงินจำนวนหนึ่งที่เพื่อนต่างวัยน้ำใจมากหลาย ให้มาเป็นค่าแรงและน้ำมันรถที่ไปช่วยงาน ไปทำบุญที่วัดป่า สาขาหลวงพ่อชาให้เพื่อน แต่ดูเหมือนมีอะไรมาดลใจให้ให้ละล้าละลัง ให้รอก่อน จนถึงกลางเดือนที่แล้ว ก็ได้รับข่าวจากทางบ้านว่ายายเสีย ก็คิดไว้ว่า งั้นก็ไปทำบุญถึงยายฉันด้วยเลยทีเดียวแล้วกัน จะได้ไม่ต้องขับรถ ไป-มาไกล (ไป-กลับร่วมหกชั่วโมง) แต่ก็อีก ต้องมีเหตุดึงไว้อีก จนล่วงเลยมาเกือบถึงสิ้นเดือน ซึ่งเป็นอาทิตย์เดียวกันกับที่ได้ข่าวจากเพื่อนว่า ยายของเพื่อนต่างวัยเสีย ในที่สุด เหตุปัจจัยก็ส่งผลให้ทุกอย่างที่ตั้งใจจะทำ ลงตัวเหมาะเจาะเอาอาทิตย์สุดท้ายของเดือน...ไปกลับในคราวเดียว แต่สำเร็จไปหลายอย่างในวันเดียว อย่างนี้ไม่เรียกว่า ธรรมจัดสรรได้อย่างไร...ผลที่ดี ย่อมมาจากเหตุที่ดีเสมอ ไม่มีเป็นอื่น...แน่นอน
ฉันได้ทำบุญ ถึงยาย ตา และ ญาติทั้งหลายที่ล่วงลับ และพร้อมกันนั้นฉันก็ได้โอกาสทำบุญถึงยายของเพื่อนต่างวัยด้วยที่เสียในวันเดียวกันกับวันฌาปนกิจศพของยายฉัน
ฉันถือโอกาสนี้เล่าถึงความดีมีน้ำใจของเพื่อนต่างวัยคนนี้สักเล็กน้อย ความเป็นคนใจดี และใจกว้างยิ่งแม่น้ำ ชอบช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก และคอยห่วงใย เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เฉพาะต่อฉัน หากแต่เสมอต่อคนอื่น แม้แรกรู้จัก ที่ประเสริฐในตัวเธอ (ตลอดระเวลาที่ฉันรู้จักเธอ) คือทุกลมหายใจ เข้า-ออกของเธอ คือแม่ ทำเพื่อแม่ ความดีเหล่านี้ ใครได้เห็นหรือได้ยิน ย่อมอนุโมทนา รวมทั้งฉันด้วย บุญ ส่งให้เธอได้ไปร่วมงานศพและส่งยายของเธอขึ้นสวรรค์ ขอผลบุญทั้งหลายถึงเพื่อนโดยไว คิดสิ่งใดสมปราถนา หมดทุกข์ มีสุข ทุกวันคืน
บุญจากการภวายภัตตาหาร และของขบฉันจำเป็น อีกทั้งได้มีโอกาสถวายยา ที่ตรงกับโรคแด่ภิกษุที่กำลังป่วย ได้ทำสำเร็จแล้ว ให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลานๆ และทุกคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมบ้าน ร่วมอนุโมทนาบุญ และขอผลบุญนั้นถึงทั่ว...ทุกท่าน...
อาหารถวายพระ
ส้มตำไทย ข้าวเหนียว – อาหารคาวแสนเรียบแบบอิสานบ้านเรา
ส้มตำไทย ข้าวเหนียว – อาหารคาวแสนเรียบแบบอิสานบ้านเรา
ต้มข่าเต้าหู้เห็ดแชมปิญอง กับ ข้าวกล้องหอมมะลิ - อาหารคาวแบบ มังสวิรัส
ยำวุ้นเส้นเห็ดหูหนู น้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่นบวกไทย โรยหน้าด้วยไข่ต้มสุก
สังขยาฟักทอง – ของหวาน แบบไทยๆ ที่คนอายุสี่สิบขึ้นไปรู้จักดี แน่นอนว่า พระที่มาจากวัดป่า หรือวัดบ้านในเมืองไทย...ท่านรู้จักและคุ้นลิ้นเป็นอย่างดี (ท่านเมตตาอธิบายให้ญาติโยมชาวต่างชาติด้วย ว่า นี้ของหวานแบบไทย นี้ของหวานแบบยุโรป...สาธุ สาธุ)
ขาดไม่ได้ ของหวานแสนง่าย สไตล์ยุโรป...ชอคโกแลตพุดดิ้ง
บอกบุญ คุ้นใจ
- ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ หลวงพ่อสุเมโธ (ศิษย์หลวงพ่อชา สุภทฺโท) เจ้าอาวาสวัดอมราวดี ลอนดอน อังกฤษ ท่านจะมาเป็นประธานสงฆ์ งานทอดกฐินประจำปี วัดธรรมปาละ ที่ Hinterkappelen, Bern
- ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ หลวงพ่อสุเมโธ ประธานสงฆ์ประกอบพิธีประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา “พระพุทธวชิรไตรโลกนาถศาสดา” ที่วัดธรรมปาละ
One who abides in Dhamma,
Who delights in Dhamma,
Who contempaltes Dhamma,
does not lose the Way.
Dhammapada v.364
Who delights in Dhamma,
Who contempaltes Dhamma,
does not lose the Way.
Dhammapada v.364
Labels:
Culture,
Dhamma of the Day,
Merit
Aug 1, 2010
Happy Birthday แม่เธอ และแม่ฉัน
“คนหนึ่งคน จะทำอะไรได้มากกว่านี้” หัวข้อ forwarding mail ที่เพื่อนส่งมาให้หลายอาทิตย์ก่อน อ่านแล้วโดนใจ เห็นด้วยเลย คนหนึ่งคน หนึ่งสมองสองมือ แม้อยากจะทำอะไรหลายอย่าง ก็ยังไม่เป็นอย่างใจ
ฉันต้องพักมือ (ชั่วคราว) จากงานเขียนหนังสือเมื่อสองวันก่อน สับสวิทช์เข้าโหมด “งานฉลอง และต้อนรับ” หนึ่งสำคัญคือ วันคล้ายวันเกิด ของแม่สามี และ แม่ฉัน;
Jul 15, 2010
สะกิดใจ...กษัตริย์ไทยทรงช้างในศึกรบมิใช่ทรงหมี
เมล์ดี ๆ ส่งข่าวเล่าความ จากเพื่อน ๆ น้อง ๆ มีมามากหลาย ล้วนแล้วแต่ดีมีสาระ หลายหัวข้อรอคิวให้อยากเขียน (หนึ่งสมอง สองมือ จะทำอะไรได้มากกว่านี้ นะ เดี๋ยวคงได้อ่านกัน) วันนี้ขอลัดคิว ว่าด้วยเรื่องช้าง กับหมี ก่อน เป็นข้อคิดสะกิดใจ
ปีก่อนนั่งดูข่าวเกี่ยวกับหมีแพนด้า ที่คนไทยหลายทิศ ดั้นด้นไปชมกัน หลายอย่างที่ใจเราไม่เห็นด้วย ที่เราหลงลืมบางอย่างที่มีคุณค่า และเป็นรากเหง้าของสังคมไทยไป อย่าง...น่าเสียดาย
วันนี้ได้รับเมล์โดนใจ อย่างน้อยในซอกมุมของสังคมทุนนิยม วัตถุนิยม ยังมีคนบางกลุ่ม ทั้งรุ่นเก่าและใหม่ ต่างพากันสะกิดใจ ให้ได้คิด อย่างน้อยฉันก็เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวเราเอง ในการเจริญสติ และสังคม ที่เรามีส่วนช่วยแม้เพียงเสี้ยวเล็ก ๆ ที่น่ายินดียิ่งคือมีคนรุ่นใหม่ไม่น้อยที่ท่องอยู่ในโลกไซเบอร์ ที่ยังเห็นคุณค่า วัฒนธรรม รากเหง้าสังคมไทย ตลอดจนสำนึกในบุญคุญต่อบรรพบุรุษ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
แม้จะเป็นเพียงกลอน แต่คงมีคนไม่น้อย ที่สะกิดใจ...ได้คิด
Subscribe to:
Posts (Atom)










