Dhamma for Life

"เราจะเป็นชาวพุทธที่แท้จริงนะ เราต้องศึกษาสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน ศึกษาอย่างเดียวไม่พอนะ ต้องลงมือปฏิบัติจริงๆ ด้วยจนเห็นผล พอเห็นผลแล้ว เราก็มีหน้าที่บอกต่อ เนี่ยหน้าที่ของชาวพุทธนะ ตัวเองต้องศึกษา ต้องฟังก่อน ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร เรียกว่าเรียนปริยัตินั้นเอง แล้วก็ลงมือปฏิบัติว่าได้ผลแล้วก็ต้องบอกต่อ ศาสนาถึงจะดำรงอยู่ได้ แต่ละคนมีภารกิจ อย่านึกว่าแค่ว่าเราจะมาฟังธรรมะเล่นๆ แต่ละคนมีความสำคัญทั้งนั้น"


"หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลาจะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน"

...หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช...สวนสันติธรรม...

Jun 4, 2012

"สมเด็จพระสังฆราช" ประทานโอวาทวันวิสาขบูชา "ทำความดี ละเว้นความชั่ว"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ภาพจาก http://th.wikipedia.org  ที่มา http://www.watbowon.com/load.htm

    “สมเด็จพระสังฆราช” ประทานโอวาทวันวิสาขบูชา ให้น้อมนำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ คือ ละเว้นความชั่ว ทำความดี ทำจิตให้บริสุทธิ์
       
       สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทวันวิสาขบูชา 2555 ความว่า วันวิสาขบูชา อันเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญในพระพุทธศาสนา ได้เวียนมาถึงอีกวาระหนึ่ง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 4 มิถุนายน พุทธศักราช 2555 และสำหรับในปีนี้ นับเป็นอภิลักขิตกาลพิเศษ คือ เป็นที่ครบ 26 พุทธศตวรรษ หรือ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า หรือ 2,600 ปีแห่งการอุบัติขึ้นของพระพุทธศาสนา คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น เมื่อกล่าวโดยย่นย่อ ก็คือ สอนให้รู้ถึงความจริงของชีวิต คือ เรื่องทุกข์อันเป็นธรรมชาติของชีวิต และความดับทุกข์ อันเป็นเป้าหมาย หรือผลอันพึงประสงค์ของชีวิต เมื่อกล่าวโดยหลักกว้างๆ คือ สอนให้เว้นชั่ว ทำดี ทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ 
       
       และเมื่อกล่าวโดยหลักปฏิบัติ คือ สอนให้ปฏิบัติในศีล ปฏิบัติในสมาธิ ปฏิบัติในปัญญา ทั้งนี้ เพื่อผลคือ ประโยชน์สุขของพหูชน หรือเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลกทั้งมวล ฉะนั้น เนื่องในอภิลักขิตกาล ครบ 26 ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งได้มีการเฉลิมฉลองกันทั่วไป
       
       การนี้ จึงใคร่ขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ได้รำลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ที่ทรงพระกรุณาสั่งสอนไว้ดังกล่าวข้างต้น น้อมนำเข้ามาศึกษาและปฏิบัติกันอย่างจริงจัง พร้อมทั้งแนะนำเผยแผ่ไปยังชาวโลกให้กว้างขวางยิ่งๆ ขึ้น เพื่อศานติสุขของมวลมนุษยชาติตลอดไป ก็จะได้ชื่อว่า ได้ร่วมกันเฉลิมฉลอง 26 ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
       
       ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศล อำนวยให้ทุกท่านเจริญด้วยสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลตลอดไปโดยทั่วกัน

Apr 4, 2012

อะควาเรียม ความงามและการจองจำตลอดชีวิต โดย วินิจ รังผึ้ง



บทความดี ๆ อ่านแล้วทำให้นึกถึงกิเลสของมนุษย์ ที่น่ากลัวกว่าสิ่งใด ๆ หากมนุษน์ลดความเห็นแก่ตัว ลดความอยากเพื่อตอบสนองกิเลส อยู่กับธรรมชาติโดยไม่ทำลายธรรมชาติ มนุษย์ก็คงไม่ถูกธรรมชาติทำร้าย อย่างทุกวันนี้...

ที่มา: http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9550000042254

ปัจจุบันเมืองไทยของเราน่าจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอะควาเรียมหรือสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำมากที่สุดในอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคหรือในโลกเลยก็ว่าได้ เพราะระยะหลังนี้มีการสร้างสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มในจังหวัดต่าง ๆ ขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลหรือในจังหวัดที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเป็นดอยห่างไกลจากทะเลและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทะเลแม้นแต่น้อยก็ยังอุตส่าห์ลงทุนสร้างอะควาเรียมสัตว์ทะเลขึ้นมาบนภูเขา และยังมีอีกมากมายหลายพื้นที่หลายจังหวัดที่สนใจหรือกำลังมีโครงการจะสร้างสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สัตว์ทะเลขึ้นในพื้นที่ของตัวเอง

Mar 27, 2012

Mata Hari จารสตรี หรือเธอเป็นเพียงศิลปินระบำเปลื้องผ้า, ครั้งหนึ่งกับละครเวที เล็ก ๆ คุณภาพระดับมืออาชีพ Theater and live-music

Photo of Mata Hari, Postcard set  by Stanslaus Walery 

ครั้งแรกที่มีโอกาสได้ดูละครเวทีประกอบการร้องซึ่งจัดแสดงที่โรงละครเล็ก ๆ “Mier Theater“ในซูริก
โรงละครที่ว่าเล็กนั้น เล็กจริง ๆ เล็กกว่าโรงหนังบ้านเรา ซึ่งจุคนได้เพียง 145 คน ที่นั่งชมแบ่งเป็น 9 แถว ลดหลั่นขึ้นไปเป็นขั้นบันได (ห้างร้านนั่งถูกทำขึ้นเหมือนเพียงชั่วคราว) เก้าอี้สำหรับนั่งดูละครก็เป็นเก้าอี้พื้นพลาสติกธรรมดา ๆ (เหมือนเก้าอี้ไว้นั่งในหอประชุมผู้ปกครอง หรือเก้าอี้ใช้นั่งทานข้าวกลางสนาม) เวทีการแสดง ใช้พื้นห้องธรรมดา ขนาดประมาณ 3.5x 5 เมตร ฉากสำหรับประกอบเวทีการแสดงไม่มีอะไรยุ่งยากมากมายเป็นเพียงผ้าม่านสีขาวธรรมดา สลับสับเปลี่ยนฉากให้เป็นบรรยากาศห้องนอน โรงแรม หรือสถานบันเทิงด้วยการเลื่อนเปิด-ปิด ผ้าม่าน โดยสับเปลี่ยนโคมไฟ (โดยการเลื่อนเปลี่ยนโคมไฟบนรางไป-มา) และสับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ประกอบฉากนั้น ๆ โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองเด็กยกฉาก หรือยกเฟอร์นิเจอร์แม้แต่คนเดียว เพราะว่านักแสดงทุกคนเป็นทั้งเด็กจัดฉาก ยกเตียง ย้ายโตํะ เก้าอี้ประกอบฉากเอง และใช้นักคนตรีเล่นเพลงประกอบการแสดงเพียงสามคนเท่านั้น