Dhamma for Life
"เราจะเป็นชาวพุทธที่แท้จริงนะ เราต้องศึกษาสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน ศึกษาอย่างเดียวไม่พอนะ ต้องลงมือปฏิบัติจริงๆ ด้วยจนเห็นผล พอเห็นผลแล้ว เราก็มีหน้าที่บอกต่อ เนี่ยหน้าที่ของชาวพุทธนะ ตัวเองต้องศึกษา ต้องฟังก่อน ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร เรียกว่าเรียนปริยัตินั้นเอง แล้วก็ลงมือปฏิบัติว่าได้ผลแล้วก็ต้องบอกต่อ ศาสนาถึงจะดำรงอยู่ได้ แต่ละคนมีภารกิจ อย่านึกว่าแค่ว่าเราจะมาฟังธรรมะเล่นๆ แต่ละคนมีความสำคัญทั้งนั้น"
"หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลาจะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน"
"หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลาจะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน"
...หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช...สวนสันติธรรม...
Links for Life
May 31, 2011
The King of Thailand-ดร.สมิทธ กล่าวถึงในหลวง
ดร.สมิทธ ธรรมสโรธ กล่าวถึงในหลวงเเละพระมหาชนก
อัจฉริยะเจ้า ในหลวงในดวงในชาวไทยทุกคน
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
source: http://www.youtube.com/watch?v=5K_AkC9jIkU&feature=player_embedded
Vesakha Puja-ศาสนพิธีสำคัญที่สุดในศาสนาพุทธ
เกือบสิบปีมาแล้วที่ไม่มีโอกาสได้ไปบำเพ็ญกุศลในวันวิสาขบูชา ปีนี้นับว่าโชคดีนับแต่เริ่มเข้าปีใหม่ไทย ได้ไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลที่สำคัญที่สุดของศาสนาพุทธ คือวันวิสาขบูชา ทางวัดธรรมภาละได้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤศภาคมที่เบิร์น ก่อนวันวิสาขบูชาจริงเพียงสองวัน ปีนี้ทางวัดได้กราบนิมนต์พระเถระชั้นผู้ใหญ่ หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธัมโม เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง และหลวงพ่อเนก ยสทินโน เจ้าอาวาสวัดป่าไทรงาม มาร่วมประกอบศาสนพิธีอันสำคัญในครั้งนี้ด้วย
การไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้นับได้ว่าได้ร่วมบำเพ็ญกุศลครบสมบูรณ์นับแต่ รับศีล ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ ฟังธรรม (แสดงธรรมโดย หลวงพ่อเลี่ยม) เจริญภาวนา ปิดท้ายด้วยการเวียนเทียนสักการะบูชาต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แม้จะมีโอกาสได้บำเพ็ญกุศลในฐานะหนึ่งในพุทธบริษัทสี่่แล้ว ก็ต้องไม่ลืมบุญที่ไม่มีเงินหรือสิ่งของก็สามารถทำได้ ซึ่งพระพุทธเจ้าสรรเสริญไว้ว่าบุญใดก็ตามแม้จะทำด้วยเงินทองมากมายเพียงใด ก็ยังมีอานิสงฆ์น้อยกว่าการเจริญภาวนา
May 17, 2011
Visakh Buja วันวิสาขบูชา วันเพ็ญเดือน ๖
เป็นวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งเกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกัน คือ ในวันเพ็ญ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) เดือน ๖ หรือเดือนวิสาขะ พระจันทร์เสวยวิสาขฤกษ์ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ได้เกิดขึ้นเมื่อกว่าสองพันห้าร้อยปีมาแล้ว ในห้วงระยะเวลาที่ต่างกันคือ
ครั้งแรก : เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ โอรสพระเจ้าสุทโธธนะ และพระนางสิริมหามายา แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ โดยประสูติที่ป่าลุมพินีวัน ณ เขตแดนรอยต่อระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ของฝ่ายพระราชบิดา กับกรุงเทวทหะของฝ่ายพระราชมารดา
ครั้งที่สอง : เกิดเมื่อเจ้าชายสิทธัตถ ออกทรงผนวชได้ ๖ ปี พระชนมายุ ๓๕ พรรษา ได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นอรหันตพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ริ่มฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ประเทศมคธ ปัจจุบันคือที่ตั้งพุทธคยา
ครั้งที่สาม : เกิดเมื่อพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ณ เมืองกุสินารา
Subscribe to:
Posts (Atom)
